Ruby on Rails :: Creating a new application

Posted by PunNeng, Thu Jun 08 01:46:00 UTC 2006

หลังจากที่ติดตั้งจากคราวที่แล้วไปเสร็จสิ้นแล้ว มาได้ฤกษ์เริ่มกันสักที

Creating a new Application

ตอนที่ Rails ถูกติดตั้งลงไป มันจะเอา command-line ที่ชื่อว่า "rails" ลงไปด้วย ซึ่งทำหน้าที่สร้าง Rails application ที่เราจะต้องเขียนมัน

แต่!!!! ทำไมเราต้องใช้ command พวกนี้ด้วย ทำไมไม่ hack มันแล้วจัดการสร้างมันซะใหม่ ทำให้มันไม่ต้องใช้ command พวกนี้ มันก็เป็น code ของ Ruby ทั้งหมด ถ้าจะทำ ก็ทำได้อยู่แล้ว แต่ว่า Rails นี้แหละ มันมีเวทย์มนต์คาถาภายใต้พวก command-line พวกนี้แหละ หึหึหึ งงละสิ การที่เราจะใช้เวทย์มนต์พวกนี้ได้ ตัวของ Rails เอง ต้องหาองค์ประกอบทั้งหมดที่มันมีอยู่(เดี๋ยวจะมาดูกันว่ามันมีอะไรบ้าง) หมายความว่า เราจะต้องสร้างโครงสร้างตามที่มันกำหนดไว้ ใส่ code ในที่ที่มันควรจะอยู่ ถึงจะร่ายเวทย์ได้ แต่เจ้า "rails" ตัวนี้แหละ จะไปสร้างโครงสร้างที่ว่านี้ ให้เราเอง อุอุ

ในการสร้าง Rails app ตอนแรกนี้ เราจะใช้หน้าต่าง shell (อ่อ สำหรับตัวอย่าง ผมทำบน windows เพราะฉะนั้น ตัวอย่างจะทำบน DOS ครับ) จากนั้นเข้าไปในที่ๆ ที่เราต้องการจะสร้าง แล้วพิมพ์ว่า "rails demo" ได้เลย แล้วดูผลลัพท์ ถ้ามันมี project demo อยู่แล้ว มันก็จะถามเตือนว่า จะให้ rewrite หรือเปล่า

D:\RailsProject>rails demo
      create
      create  app/apis
      create  app/controllers
      create  app/helpers
               .
               .
               .
      create  log/development.log
      create  log/test.log

D:\RailsProject>

ได้ตามนี้หรือเปล่าครับ ถ้าได้ มาดูกันต่อ

หลังจากที่ "rails" ได้ทำงานไปแล้วมันจะทำการสร้างโครงสร้างให้เรามาชุดนึง ซึ่งจากตัวอย่างเราใช้คำว่า "demo" มันจะมี demo folder โผล่ขึ้นมา แล้วข้างในนั้นจะมีโครงสร้างพื้นฐานและชุด files ทั้งหมดที่มันจำเป็นจะต้องใช้ ตัวอย่าง ดังนี้

มาดูกันในแต่ละ folder กัน เริ่มต้นที่ public กันก่อน ในนี้ จะเป็นตัวที่เก็บ file หน้าแรกของเราเอาไว้ ทำหน้าที่เหมือนๆ กับ wwwroot นั่นเอง รวมทั้งเก็บ css, js หรือรูปภาพต่างๆ ด้วย และยังมีพวก dispatchers ต่างๆ อยู่ มันมีหน้าที่คอยตอบรับ request ต่างๆ ที่เข้ามา แต่ตอนนี้ เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาเล่นกับมันอีกที

และเราก็ยังจะได้ script folder อีกด้วย มันก็จะเก็บ command ต่างๆ ที่ไว้ใช้พัฒนางานของเรา อย่างเช่น ตอนนี้ เรายังไม่ได้จำลอง server ขึ้นมาใช้เลย มาเริ่มกันเลย เข้าไปที่หน้าต่าง dos เหมือนเดิม เราจะพิมพ์ว่า "ruby script/server" มันก็จะไปเรียก server ที่มากับ framework ให้เริ่มทำงาน โดย web app server ตัวนี้จะมีชื่อว่า WEBrick1

D:\RailsProject\demo>ruby script/server
=> Rails application started on http://0.0.0.0:3000
=> Ctrl-C to shutdown server; call with --help for options
[2006-06-08 00:53:46] INFO  WEBrick 1.3.1
[2006-06-08 00:53:46] INFO  ruby 1.8.2 (2004-12-25) [i386-mswin32]
[2006-06-08 00:53:47] INFO  WEBrick::HTTPServer#start: pid=5960 port=3000

นี่เป็น logs บนหน้า console ที่เราจะได้ หลังจากที่เปิด server แล้ว มันจะทำงานที่ port 30002 เราสามารถเข้า app ของเรานี้ได้ที่ http://localhost:3000 แล้วจะได้ดังรูป

นี่คือ browser ของเรา ถ้าหากว่า WEBrick มันรันเรียบร้อยแล้ว เวลาเราได้ใส่ code ไปแล้ว จะมาทำการทดสอบ ก็มาทดสอบในหน้า browser นี้แหละ และถ้าหากต้องการจะหยุดการทำงานของ WEBrick นี้ ให้ไปที่หน้าต่าง dos ของเรา แล้วกด Ctrl+C

ครั้งหน้า จะมาจัดการกับ Hello world แล้วครับ

1WEBrick เป็น ruby web server ซึ่งติดมากับ Ruby 1.8.1 เป็นต้นมา 20.0.0.0 เป็นส่วนของ address จะเป็นตัวบอกว่าสามารถเข้าได้จากทุกๆ การเชื่อมต่อ ส่วนบน OSX จะหมายถึง เชื่อมต่อได้เฉพาะภายใน (127.0.0.1 และ ::1) และบน lan เท่านั้น

แก้ไขล่าสุด วันที่ 5 กรกฏาคม 2550 เวลา 22.32 น.

Filed Under: Ruby on Rails | Tags: howto ruby on rails

Comments

Have your say

A name is required. You may use HTML in your comments.




codegent: we're hiring